วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2567

ขั้นตอน ลงทะเบียน แอปทางรัฐ เงินดิจิทัล 10,000 บาท

 

ริ่มเปิดลงทะเบียน "เงินดิจิทัล 10,000 บาท" รับสิทธิผ่านแอปทางรัฐ เริ่มวันที่ 1 สิงหา 2567 ถึง 15 กันยา 2567

ลงทะเบียนเงินดิจิทัล 10,000 บาท กระทรวงการคลังได้กำหนดไว้ชัดเจนแล้วว่า การลงทะเบียนเงินดิจิตอล 10,000 บาท ผ่านแอปทางรัฐ ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม - 15 กันยายน 2567 โดยมีประชาชนลงทะเบียนแล้วกว่า 32 ล้านคน ผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนสามารถลงทะเบียนได้ระหว่างวันที่ 16 กันยายน - 15 ตุลาคม 2567 และเริ่มแจกเงินเพื่อใช้จ่ายในไตรมาส 4 ในปีเดียวกันนี้

ล่าสุด นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท จะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ในวันที่ 17 ก.ย. 2567 เพื่อนำเงินจากงบประมาณ 1.4 แสนล้านบาท มาแจกให้กลุ่มเปราะบางกว่า 14 ล้านคนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและผู้พิการ 

แอปทางรัฐ คืออะไร

ทางรัฐ คือ แอปพลิเคชันที่พัฒนาโดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) เป็นศูนย์กลางบริการภาครัฐแบบครบวงจร เปิดใช้ตั้งแต่ปี 2564 รวบรวมบริการต่างๆ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคล สาธารณูปโภค การศึกษา สวัสดิการ ที่อยู่อาศัย กฎหมาย เครดิตบูโร ข้อมูลภาครัฐ และยานพาหนะ ไว้ในแอปเดียว



คุณสมบัติของผู้ที่มีสิทธิได้รับเงินดิจิทัล 10,000 บาท

  • อายุ 16 ปีบริบูรณ์ ภายในวันที่ 30 ก.ย. 67 (ต่อให้เด็กมีอายุ 16 ปีขึ้นไป แต่มีเงินฝากเกิน 500,000 บาทขึ้นไป แม้จะเป็นเงินที่พ่อแม่ออมให้ลูกก็ตาม ก็ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ เพราะเป็นผู้มีรายได้ อีกทั้งเกณฑ์เงินฝากในบัญชีระบุไว้ชัดเจนว่า หากเกิน 500,000 บาท ถูกตัดสิทธิ์)
  • เกณฑ์รายได้วัดจากฐานข้อมูลเงินได้ของกรมสรรพากร ณ ปี 2566 ซึ่งสิ้นสุดไปแล้วเมื่อ 31 ธ.ค. 66 กำหนดว่าจะต้องไม่เกิน 840,000 บาท หรือมีเงินเดือนไม่เกิน 70,000 บาท
  • เกณฑ์เงินฝากกำหนดไม่เกิน 500,000 บาท นับเฉพาะเงินฝากสกุลบาท รวมกันทุกบัญชี ทั้งในส่วนของธนาคารพาณิชย์ และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ เช่น
    • บัญชีเงินฝากประจำ
    • บัญชีเงินฝากออมทรัพย์
    • บัตรเงินฝาก
    • ใบรับเงินฝาก
    • เงินฝากกระแสรายวัน

ไม่นับรวมสลากออมทรัพย์สลากออมสิน หุ้น พันธบัตร โดยนับวันสิ้นสุด 31 มี.ค. 67




ลงทะเบียนเงินดิจิทัลวันไหน ?

ประชาชนทั่วไป

  • วันที่ : 1 สิงหาคม - 15 กันยายน 2567
  • ลงทะเบียนเงินดิจิทัลผ่าน : แอปพลิเคชัน "ทางรัฐ"

กลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟน

  • วันที่ : 16 กันยายน - 15 ตุลาคม 2567
  • กลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟน สามารถลงทะเบียนรับสิทธิเงินดิจิทัล 10,000 บาท ได้ที่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน, ที่ทำการไปรษณีย์, ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน - 15 ตุลาคม 2567 โดยต้องนำบัตรประชาชนไปยืนยันตัวตน

กลุ่มเปราะบาง ต้องลงทะเบียนรับเงินดิจิทัลหรือไม่ ?

กลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน และผู้พิการ ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000 บาทผ่านระบบออนไลน์อีกครั้ง เพราะทางรัฐบาลจะโอนเงินเข้าสู่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับบัตรประชาชนของกลุ่มเปราะบางโดยตรงอยู่แล้ว​

เงินดิจิทัลได้วันไหน?

โครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท คาดว่าจะเริ่มโอนเงินให้กลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและผู้พิการ ได้ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2567 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หลังการประชุม ครม. และการแถลงนโยบายในวันที่ 12-13 กันยายน 2567 เพื่อยืนยันวันแจกที่แน่นอน

ขั้นตอนการลงทะเบียน และยืนยันตัวตนผ่านแอป "ทางรัฐ" แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ 

  • กลุ่มที่ 1 คือ การยืนยันตัวตนและลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแอป "ทางรัฐ" ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม - 15 กันยายน 2567 

  • กลุ่มที่ 2 การยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ มาก่อน แต่ยังไม่ได้ลงทะเบียน ซึ่งหลังจากวันที่ 1 สิงหาคม 2567 - 15 กันยายน 2567 จึงค่อยมาลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ อีกครั้ง

วิธียืนยันตัวตน ลงทะเบียนเงินดิจิทัล ผ่านแอปทางรัฐ 

  1. ดาวน์โหลดแอปฯ "ทางรัฐ"
  2. เปิดแอปฯ ทางรัฐ แล้วกด "ลงทะเบียนรับสิทธิ"
  3. อ่านเงื่อนไขและกด "ถัดไป"
  4. ยอมรับข้อกำหนดและความเป็นส่วนตัวของโครงการและแอป
  5. กรอกเลขบัตรประชาชนและเลขหลังบัตร แล้วกด "ตรวจสอบข้อมูล"
  6. กรอกข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง แล้วกด "ดำเนินการต่อ"
  7. อ่านข้อแนะนำ และ สแกนใบหน้า
  8. ระบบจะแสดงผลการรับข้อมูลการลงทะเบียนและตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคล
  9. เมื่อระบบตรวจสอบเสร็จ กด "สร้างบัญชีทางรัฐ"
  10. ตั้งชื่อบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่าน กด "ยืนยัน"
  11. ตั้งรหัส Pin Code 6 หลัก











ที่มา: เว็บสนุกและทางรัฐ



วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556

nod32 keys June 25,2013

Username:TRIAL-0090442062
nod32key:hbu4xk8ve2
Username:TRIAL-0090442068
nod32key:67utfk3dba
Username:TRIAL-0090442074
nod32key:vuj2pcc254
Username:TRIAL-0090442078
nod32key:rxa2fxddjc
Username:TRIAL-0090442080
nod32key:en3butvcjj
Username:TRIAL-0090442174
nod32key:uv843t7923
Username:TRIAL-0090442206
nod32key:aef2b5ehnx
Username:TRIAL-0090442217
nod32key:3u2te5b2rc
Username:TRIAL-0090442225
nod32key:h3thsk6tt7
Username:TRIAL-0090442231
nod32key:jt3fcxhjk5
Username:TRIAL-0090442243
nod32key:e34t68t4dk
Username:TRIAL-0090442252
nod32key:mv3e5s64kk
Username:TRIAL-0090442272
nod32key:ccuc7bexed
Username:TRIAL-0090442286
nod32key:bkt29xjes6
Username:TRIAL-0090442304
nod32key:axrd348hfr

Username:TRIAL-0090443020
nod32key:ffdn8kbdfn

Eset Nod32 serial keys 2013

a free trial keys for eset nod32 new offer. Eset Nod32 serial keys 2013 | and antivirus username and password, eset nod32 4, eset smart security 4, eset nod32 antivirus 5 eset smart security 4 5 Nod32 Antivirus Free Username and Password are working.

User Name: trial -84157222
Password: v6ssncat24
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84157000
Password: dnusast5da
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84155731
Password: kberxeac2r
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84156868
Password: j3av7bnjns
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84157080
Password: n84xh5xacc
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84155685
Password: xdaujk783b
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84157322
Password: 35xu6u8455
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84157037
Password: utprxb6mnc
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84157284
Password: afbu5sh6k6
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84156832
Password: 3rncsvpt4f
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84157162
Password: sa4skfdvku
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84156922
Password: skf3vf6akh
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84155628
Password: ddrvabm8dd
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84158457
Password: n3c7ks57rk
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84156794
Password: t8e37scvch
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84157126
Password: t2fvpjda44
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84156959
Password: fdaueushue
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84155567
Password: kpa568rfpm
Expiry Date: 13/06/2013User Name: trial -84157222
Password: v6ssncat24
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84157000
Password: dnusast5da
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84155731
Password: kberxeac2r
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84156868
Password: j3av7bnjns
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84157080
Password: n84xh5xacc
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84155685
Password: xdaujk783b
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84157322
Password: 35xu6u8455
Expiry Date: 13/06/2013
Password: utprxb6mnc
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84157284
Password: afbu5sh6k6
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84156832
Password: 3rncsvpt4f
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84157162
Password: sa4skfdvku
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84156922
Password: skf3vf6akh
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84155628
Password: ddrvabm8dd
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84158457
Password: n3c7ks57rk
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84156794
Password: t8e37scvch
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84157126
Password: t2fvpjda44
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84156959
Password: fdaueushue
Expiry Date: 13/06/2013
User Name: trial -84155567
Password: kpa568rfpm
Expiry Date: 13/06/2013

eset nod32 free username and password, the only thing you need on your computer Download Eset Nod32 Antivirus v4/v5 and download Eset Smart Security is v4/v5 up your computer eset nod32 update serial keys and the easiest way to get one up here nod32 username and password, and click the update button and you are done.

NOD32 key update!! ประจำ 27/06/2013

Username:TRIAL-0090443022
Password:ddmec4s546

Username:TRIAL-0090443043
Password:cef2uf5vx8

Username:TRIAL-0090443053
Password:pb25dxkrrm

Username:TRIAL-0090442047
Password:c33sep5adp

Username:TRIAL-0090442054
Password:8pkax5u5e2

Username:TRIAL-0090442058
Password:hhmj4rd24x



ผลการเปลี่ยนแปลง 14 ตุลาคม 2516

เมื่อจอมพลถนอม กิตติขจร กราบถวายบังคมลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายสัญญา ธรรมศักดิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และองคมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการเริ่มต้นรัฐบาลใหม่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการร่างรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์แบบ สิ่งที่น่าคิดคือ ทำไมกลุ่มถนอม – ประภาส – ณรงค์ จึงหลุดจากอำนาจ คำตอบก็คงจะอยู่ที่ตัวแปรต่าง ๆ ดังกล่าวมาแล้ว และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ก่อนเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 จอมพลประภาส จารุเสถียร ซึ่งเป็นผู้บัญชาการทหารบกได้สูญเสียตำแหน่งแก่ พลเอกกฤษณ์ สีวะรา ซึ่งทำให้คิดว่าเป็นการถ่ายดุลอำนาจไปยังกลุ่มผู้อุปถัมภ์อื่น นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตว่า ระหว่างการประท้วงนั้น ได้มีการร่วมมือช่วยเหลือทางการเงิน เพื่อซื้ออาหารให้แก่นักศึกษา โดยข้อนี้ จึงกล่าวได้ว่าการล้มรัฐบาลกลุ่มอำนาจของถนอม – ประภาส – ณรงค์ มีลักษณะแนวร่วมอย่างกว้างขวางคือ ปัญญาชนและมวลชน ผนึกกำลังกับกลุ่มพลังทางการเมืองโดยเฉพาะกลุ่มผู้อุปถัมภ์ที่เป็นคู่แข่งของกลุ่ม ถนอม – ประภาส – ณรงค์ รวมทั้งกลุ่มจารีตนิยมได้ล้มรัฐบาลทหารกลุ่มถนอม – ประภาส – ณรงค์

ผลที่เกิดขึ้นคือ 
(1) การล้มรัฐบาลทหารไทย โดยการประท้วงของประชาชนในขนาดที่ไม่เคยมีมา ก่อนในประวัติศาสตร์ยุคใหม่
(2) การทำลายกลุ่มอุปถัมภ์สำคัญกลุ่มหนึ่ง ซึ่งผูกขาดอำนาจมานาน และมีท่าที จะสืบทอดอำนาจต่อไป
(3) การเปิดโอกาสให้เกิดการปกครองระบอบประชาธิปไตย
(4) การกลับมามีบทบาทและอำนาจของกลุ่มจารีตนิยมมากขึ้น
(5) การเปลี่ยนแปลงและสรรหาตัวผู้อุปถัมภ์ใหม่ กล่าวคือ ผู้อยู่ใต้ความอุปถัมภ์ ของกลุ่มถนอม – ประภาส – ณรงค์ ต้องวิ่งหาผู้อุปถัมภ์
(6) ทหารและตำรวจเสียความเชื่อถือลงไปมาก ในขณะเดียวกันกลุ่มนิสิต นักศึกษา อาจารย์มหาวิทยาลัยมีบทบาทในการแสดงออกทางการเมืองมากขึ้น

การล้มรัฐบาลกลุ่มถนอม – ประภาส – ณรงค์ ซึ่งได้รับสมญานามว่า “สามทรราชย์” นั้น เบื้องแรกดูจะเป็นจุดเริ่มต้นของประชาธิปไตยอันสดสวยงดงาม ทุกอย่างดูจะดำเนินไปสู่ในแง่ดีของอนาคตของประเทศชาติ และความหวังเรื่องการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเต็มไปด้วยสิทธิ เสรีและนี้เป็นบรรยากาศที่ปรากฏอยู่ทั่วไป แต่เพียงชั่วระยะเวลาไม่นานความรู้สึกในแง่ดีต่าง ๆ ก็เริ่มเจือจางไปด้วยความไม่แน่ใจ การล้มอำนาจเผด็จการเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การสร้างประชาธิปไตยเป็นอีกเรื่องหนึ่งและกระบวนการทั้งสองไม่จำเป็นต้องไปด้วยกัน หรือกระบวนการอันหลังไม่จำต้องตามมาโดยอัตโนมัติ

ประวัติการเมืองการปกครองไทย

ประวัติการเมืองการปกครองไทย

โดย สถาบันพระปกเกล้า
      จากร่องรอยทางโบราณคดีและหลักฐานตำนานต่าง ๆ ทางภาคเหนือ ทำให้สันนิษฐานได้ว่า ประมาณพุทธศตวรรษที่ 13 ชนชาติไทยได้ตั้งมั่นอยู่แล้วทางภาคเหนือของดินแดนที่เป็นประเทศไทยปัจจุบัน มีการสร้างเมืองต่าง ๆ ซึ่งปรากฏชื่อในตำนาน เช่น เวียงหิรัญนคร เวียงไชยปราการ เวียงฝาง เป็นต้น เมืองเหล่านี้มีลักษณะการปกครองแบบนครรัฐ

อย่างไรก็ตาม นอกจากร่องรอยทางโบราณคดีและหลักฐานทางตำนานแล้ว ไม่ปรากฏหลักฐานอื่น ๆ เกี่ยวกับนครรัฐไทยเหล่านี้มากนัก ทำให้เราไม่ทราบความเป็นมา และสภาพทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของนครรัฐไทยในระยะแรก ๆ

ส่วนหลักฐานที่ปรากฏในจารึกและภาพสลักศิลาของชนชาติอื่น ๆ นั้น จารึกของอาณาจักรจามปา พ.ศ.1593 ณ วิหารโปนาการ์ เมืองญาตรัง ประเทศเวียดนามปัจจุบัน ได้กล่าวถึงพระเจ้าชัยปรเมศวรทรงบูรณะพระปฏิมาเจ้าแม่ภควดีที่วิหารแห่งนี้ และได้ทรงอุทิศทาสเชลยศึกถวายเป็นข้าพระในบรรดาทาสที่อุทิศถวายนี้ มีทาสเชลยศึกชาวสยามอยู่ด้วย

ในจารึกพม่า ปรากฏคำว่า “สยาม” เป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.1663 และในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 17 ได้ปรากฏภาพสลักศิลานูนต่ำที่ระเบียงชั้นนอกของปราสาทนครวัด ในเมืองพระนครหลวง ประเทศกัมพูชาปัจจุบัน เป็นภาพกองทัพชาวสยามตามเสด็จขบวนทัพของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 (พ.ศ.1656 – หลัง พ.ศ.1668) พระเจ้าแผ่นดินแห่งอาณาจักรเขมร

จากหลักฐานต่าง ๆ ข้างต้นทำให้เราทราบว่า ชนชาติไทยได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในดินแดนประเทศไทยปัจจุบันเป็นเวลานานหลายร้อยปีก่อนการก่อตั้งอาณาจักรสุโขทัย สันนิษฐานว่าชนชาติไทยคงแผ่กระจายอยู่ทั่วไปในอาณาบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และอาจจะลงไปถึงคาบสมุทรภาคใต้ ชนชาติไทยกลุ่มต่าง ๆ นี้คงจะรวมกลุ่มกันเป็นนครรัฐหรือแว่นแคว้นเล็ก ๆ ของตนเอง และคงอยู่ภายใต้การปกครองของกลุ่มชนที่กำลังมีอำนาจอยู่ในแหลมอินโดจีนขณะนั้น คือ ชนชาติมอญ และชนชาติเขมร

อย่างไรก็ตาม ในช่วงประมาณพุทธศตวรรษที่ 16 ชนชาติมอญได้เสื่อมอำนาจลง ดินแดนในแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาจึงตกอยู่ภายใต้อำนาจปกครองของอาณาจักรเขมรประมาณ 200 ปี แต่ในช่วงเวลา 200 ปีดังกล่าว อำนาจของเขมรไม่คงที่ บางครั้งเข้มแข็ง บางครั้งอ่อนแอ ดังนั้นหลังจากสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ. 1724 – ราว พ.ศ. 1760) อาณาจักรเขมรได้เสื่อมลงมาก ทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมืองและช่องว่างแห่งอำนาจ นครรัฐและแว่นแคว้นของคนไทยจึงพากันตั้งตนขึ้นเป็นอาณาจักรอิสระ ประวัติศาสตร์ไทยที่มีหลักฐานแน่นอนจึงเริ่มขึ้นในปลายพุทธศตวรรษที่ 18 นี้

การเมืองไทยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 ถึงยุคปัจจุบัน 
อาจกล่าวได้ว่า นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 ถึง พ.ศ.2545 เป็นระยะเวลา 70 ปี ของพัฒนาการของการเมืองการปกครองแบบประชาธิปไตยเราสามารถแบ่งการเมืองการปกครองในช่วงระยะเวลาดังกล่าวออกได้เป็น 5 ยุคสำคัญ

วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2555

กฎหมายที่ประชาชนควรรู้


1. การทะเบียนราษฎร์ 
บุตรเกิด ถ้าเกิดในบ้าน ให้เจ้าบ้านแจ้ง ถ้าเกิดนอกบ้าน ให้มารดาแจ้งภายใน 15 วัน นับแต่วันเกิด
ชื่อบุตร ให้เจ้าบ้าน บิดา หรือมารดาแล้วแต่กรณี แจ้งชื่อบุตรพร้อมกับการแจ้งเกิด ถ้าจะเปลี่ยนชื่อให้แจ้งภายใน 6 เดือนนับแต่วันแจ้งชื่อครั้งแรก
ย้ายบ้าน ให้ผู้ย้ายหรือผู้ที่เจ้าบ้านมอบอำนาจแจ้งออกจากบ้านเดิมภายใน 15 วัน และเมื่อไปอยู่บ้านใหม่ให้แจ้งภายใน 15 วันเช่นกัน
คนตาย ถ้าในบ้านให้เจ้าบ้านแจ้ง ถ้าตายนอกบ้านให้ผู้ที่ไปกับผู้ตาย หรือผู้ที่พบศพเป็นผู้แจ้ง ภายใน 24 ช.ม. นับแต่เวลาตายหรือเวลาพบศพ แจ้งที่ไหน กรณีบุตรเกิด ตั้งชื่อบุตร ย้ายบ้านหรือคนตาย ให้แจ้งดังนี้
ในเขตเทศบาล : ให้แจ้งที่สำนักงานท้องถิ่นซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานเทศบาล
นอกเขตเทศบาล : ให้แจ้งที่สำนักทะเบียนตำบล (บ้านกำนัน) หรือสำนักทะเบียนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้ง (เช่น เขตกรมทหาร)
ความผิด
ถ้าไม่แจ้งเกิดภายในกำหนดเวลา มีความผิดตามกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท
ถ้าไม่แจ้งการตายภายในเวลามีความผิดตามกฎหมย มีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท

2. บัตรประจำตัวประชาชน 
คนไทยซึ่งมีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปจนถึง 70 ปี บริบูรณ์ ต้องไปขอทำบัตรที่อำเภอหรือที่ว่าการเขตภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่อายูครบ 15 ปีบริบูรณ์
บัตรประจำตัวประชาชนชำรุดหรือสูญหาย ต้องยื่นคำร้องขอมีบัตรใหม่ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่บัตรเดิมชำรุดหรือสูญหาย (ต้องไปแจ้งบัตรหายที่สถานีตำรวจ)
อายุของบัตร กำหนดใช้ได้ 6 ปี เมื่อถึงกำหนดสิ้นอายุบัตรต้องไปติดต่อขอทำบัตรใหม่ภายใน 60 วันนับตั้งแต่วันสิ้นอายุ ณ อำเภอท้องที่ที่มีชื่อในทะเบียนบ้าน
ความผิด
ผู้ถือบัตรผู้ใดไม่อาจแสดงบัตรได้ในเมื่อเจ้าพนักงานขอตรวจ มีโทษปรับไม่เกิน 100 บาท
ผู้ไม่มีสัญชาติไทยยื่นคำร้องขอมีบัตร โดยแจ้งข้อความเท็จต่อเจ้าพนักงานว่าตนมีสัญชาติไทย มีโทษปรับไม่เกิน 2.000 บาทหรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
ไม่ยื่นคำร้องขอมีบัตรภายในกำหนดเวลา มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท
บัตรหมดอายุไม่ต่อบัตรภายในกำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท


3. การรับราชการทหาร 
กำหนดเวลาแสดงตนลงบัญชีทหารกองเกิน ชายไทยอายุย่างเข้า 18 ปี ต้องไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินในเดือนพฤศจิกายนของปีที่อายุย่างเข้า 18 ปี
สถานที่แสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกิน คือที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอที่เป็นภูมิลำเนาทหาร

4. การรักษาความสะอาด 
ห้ามขีดเขียน วาดรูปวาดภาพบนรั้วผนังอาคาร ต้นไม้ หรือสิ่งใดใสที่สาธารณะ หรือเห็นได้จากที่สาธารณะนั้น ถ้าฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท
ห้ามติดตั้ง ตาก วางหรือแขวนสิ่งใดๆ ในที่สาธารณะหรือมองเห็นได้จากที่สาธารณะโดยไม่บังควรหรือทำให้มองดูแล้วไม่เป็นระเบียบเรัยบร้อย ถ้าฝ่าฝืนมีโทษปรับ 200 บาท
ห้ามบ้วน สั่งหรือถ่มน้ำลาย น้ำมูก น้ำหมาก เสมหะหรือทิ้งสิ่งใดๆ ลงบนท้องถนน พื้นรถ หรือเรือสาธารณะ โรงมหรสพ ร้านค้า หรือที่สาธารณะ ถ้าฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 100 บาท

5. การเรี่ยไร
ผู้ทำการเรี่ยไร ต้องมีใบอนุญาตให้ทำการเรี่ยไรติดตัวและต้องออกใบรับให้ผู้บริจาค

6.หนังสือมอบอำนาจ 
การมอบอำนาจ เป็นการตั้งตัวแทนเพื่อทำการสำหรับการมอบอำนาจให้กระทำ การเกี่ยวกับที่ดินเป็นเรื่องสำคัญ ควรใช้หนังสือมอบอำนาจของกรมที่ดิน

7. เอกเทศสัญญา
กู้ยืม การกู้ยืมเงินกันเกินกว่าห้าสิบบาท จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือแสดงว่ามีการกู้ยืมเงินกันจริงและต้องลงลายมือชื่อผู้กู้ด้วย กฎหมายให้คิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 15 บาทต่อปี
การจำนอง คือการกู้ยืมโดยมีทรัพย์สิน เป็นประกัน โดยทั่วไปได้แก่ ที่ดิน บ้านพร้อมที่ดิน เรือยนต์ (5 ตันขึ้นไป) สัตว์พาหนะ ได้แก่ ช้าง ม้า วัว ความ หรืออสังหาริมทรัพย์อื่น ซึ่งกฎหมายหากบัญญัติไว้ให้จดทะเบียนเฉพาะกาล โดยทรัพย์ยังอยู่ที่ผู้จำนอง การจำนองต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ 
เช่าซื้อ ต้องทำเป็นหนังสือและปิดอากรแสตมป์ เว้นแต่เช่าซื้อเครื่องมือการเกษตรไม่ต้องปิดอากรแสตมป์
เช่าทรัพย์ เช่าบ้านหรือที่ดินไม่เกิน 3 ปี ต้องทำเป็นหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้เช่าและผู้ให้เช่า หากเกิน 3 ปี ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

8. กฎหมายที่ดิน 
เมื่อโฉนดใบจองหรือ นส.3 ชำรุด สูญหายหรือเป็นอันตราย 
ต้องติดต่ออำเภอหรือสำนักงานทะเบียนที่ดิน เพื่อขอออกใบใหม่หรือใบแทน มิฉะนั้นผู้อื่นที่ได้หนังสือสำคัญไปอาจนำไปอ้างสิทธิ ทำให้เจ้าของเดิมเสียประโยชน์ได้
ที่ดินมือเปล่า เจ้าของควรดูแลรักษาให้ดี อย่าทอดทิ้งหรือปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า หากมีผู้ครอบครองก็หาทางไล่ออกไปเสีย มิฉะนั้นเจ้าของจะเสียสิทธิไป นอกจากนี้ หากไม่มี ส.ค.1 ก็ควรหาทางขอ น.ส.3 แล้วต่อไปก็ขอให้มีโฉนดเสียให้เรียบร้อย เพราะทำให้ได้ประโยชน์มากขึ้นและปลอดภัยจากการเสียสิทธิมากขึ้น
ที่ดินมีโฉนด อย่าทอดทิ้งหรือปล่อยให้รกร้างหรือให้คนอื่นครอบครองไว้นานๆ อาจเสียสิทธิได้เช่นกัน
การทำนิติกรรม ต้องทำให้สมบูรณ์ตามกฎหมายโดยทำที่อำเภอหรือสำนักงานทะเบียนที่ดิน

9. อาวุธปืน 
ผู้ที่ประสงค์จะขอมีอาวุธปืน เพื่อใช้หรือเก็บไว้ป้องกันตัวหรือทรัพย์สิน ให้ยื่นคำร้องขอตามแบบ ป.1 ต่อนายทะเบียนท้องที่
กรุงเทพมหานคร ได้แก่ ผู้บังคับการกองทะเบียนกรมตำรวจ
จังหวัดอื่นๆ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นนายทะเบียนท้องที่จังหวัด
การแจ้งย้ายอาวุธปืน เมื่อผู้ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนย้ายภูมิลำเนา ต้องแจ้งย้ายอาวุธปืนต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันย้าย และถ้าย้ายไปต่างท้องที่ให้แจ้งการย้ายต่อนายทะเบียนท้องที่ใหม่ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ย้ายไปถึงอีกด้วย
การรับมรดกปืน เป็นหน้าที่ของทายาทหรือผู้ครอบครอง ต้องไปแจ้งการตายต่อนายทะเบียนท้องที่ ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันทราบการตายและยื่นคำร้องขอรับมรดกอาวุธปืนนั้นต่อไป
ใบอนุญาตสูญหายหรือชำรุดอ่านไม่ออก ให้ยื่นคำร้องขอรับใบอนุญาตต่อนายทะเบียนท้องที่ภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบเหตุ
อาวุธปืนหายหรือถูกทำลาย ให้เจ้าของแจ้งเหตุพร้อมด้วยหลักฐานและส่งมอบใบอนุญาตต่อนายทะเบียนท้องที่ที่ตนอยู่ หรือนายทะเบียนท้องที่ที่เกิดเหตุภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบเหตุ
*ความผิดและโทษของอาวุธปืน 
มีและพกอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 20,000 บาท
พกพาอาวุธปืน ติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้พก เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดพกพาอาวุธปืนไปโดยเปิดเผย หรือพาไปที่ชุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อนมัสการ การรื่นเริง การมหรสพ หรือการอื่นใด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 1,000 บาท ถึง 10,000 บาทแม้ว่าผู้นั้นจะได้รับอนุญาตพกพาอาวุธปืนหรือกรณีเร่งด่วนก็ตาม

 Cr. www.metro.police.go.th