วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ทำนายโหรดัง ดวงเมืองตกต่ำ-แตกแยกลด

โหรชื่อดัง เผยประเทศเข้าสู่กลียุค ดวงเมืองตกต่ำ เกิดภัยธรรมชาติมากมาย ข้าวยากหมากแพง นายกฯ ยิ่งลักษณ์หมดความนิยมลงไปทุกที ขณะเดียวกันความแตกแยกในประเทศจะลดน้อยลง

          อุทกภัย ครั้งใหญ่นี้ นับได้ว่าเป็นภัยธรรมชาติครั้งร้ายแรงสุดในรอบ 50-60 ปีที่ผ่านมา ซึ่งผลกระทบที่ร้ายแรงที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เพิ่งรับตำแหน่งได้ไม่นาน ที่ยิ่งแก้ปัญหาเท่าไร ก็ดูเหมือนจะไม่สำเร็จ และยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงรัฐบาลไม่มีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหา ดังนั้นจึงไม่ใช่แปลกเลยที่ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้น จะกระทบต่อคะแนนนิยมรัฐบาลของรัฐบาลเป็นอย่างมาก

          จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ โหรและหมอดูชื่อดังมากมาย ก็ได้ออกมาวิเคราะห์และทำนายเบื้องหลังสารพัดปัญหาดังกล่าวนี้ว่า ขณะนี้ดวงเมืองกำลังตกต่ำ เกิดภัยธรรมชาติ บ้านเมืองเข้าสู่กลียุค รวมถึงดวงของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ก็ดูจะร่อแร่เต็มทีเช่นกัน โดยหมอดูแต่ละท่าน ได้ทำนายเอาไว้ ดังนี้


1.คฑา ชินบัญชร (หมอดูไพ่ยิปซี)

          จับไพ่ตรวจสอบดวงชะตาของประเทศ พบว่าประเทศไทยจะประสบกับภัยธรรมชาติมากขึ้น โดยช่วงเดือนต.ค.ที่ผ่านมา เป็นช่วงที่เราประสบภัยธรรมชาติหนักที่สุด เพราะปีนี้เป็นปีกระต่ายธาตุทองกำเนิดน้ำ

          ประกอบกับก่อนหน้านี้ในเดือนก.ย. เป็นปีไก่ซึ่งไม่ถูกกับกระต่าย เป็นเดือนปะทะชน จึงส่งผลกระทบกับบ้านเมืองอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้

          หลัง วันที่ 12 พ.ย. สถานการณ์ต่างๆ จึงจะเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น แต่พอเริ่มเข้าสู่เดือนธ.ค. ประชาชนจะประสบกับปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจและตลาดหุ้นจะตกต่ำ ประชาชนจะรู้ผิดหวังกันมากขึ้น

          แต่จะไม่มีเหตุการณ์รุนแรง เช่น การปฏิวัติรัฐประหาร แต่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงปลายเดือน ธ.ค.54 ถึง ก.พ.55 หากมีเหตุปัจจัยไปกระตุ้นเช่น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับเข้าประเทศ

          ช่วงเวลาดังกล่าวกระทรวงยุติธรรม กระทรวงเกษตรฯ รวมทั้งกระทรวงการคลัง มีความโดดเด่นในการเข้ามาแก้ไขปัญหา รวมทั้งจัดการเรื่องต่างๆ ให้รัฐบาลเกิดความมั่นคงมากขึ้น

          แต่ พอมาถึงช่วงเดือน ธ.ค. ระหว่างวันที่ 16 ธ.ค.จนถึงช่วงเทศกาลตรุษจีน รัฐบาลจะต้องประสบปัญหาภัยแล้งเพิ่มเติม เป็นช่วงที่รัฐบาลต้องเจอกับภัยธรรมชาติอย่างมาก เพราะเป็นปีมังกรธาตุน้ำ ซึ่งในช่วงนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงกับรัฐบาล จะมีการปรับ ครม. เพื่อไม่ให้มีรัฐมนตรีที่ผิดฝาผิดตัวอยู่ใน ครม. คนชั่วจะกลับตัวเป็นคนดี แต่ใครที่คิดร้าย ทำลายบ้านเมืองจะถูกกรรมสนองอย่างรวดเร็ว สถานภาพทางการเมืองจะสั่นคลอน

          พอมาถึงช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค.55 ตลาดหุ้นจะมีปัญหา ด้านอุตสาหกรรมจะมีการย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศมากถึงร้อยละ 30 แต่ก็ถือเป็นช่วงเวลาของโอกาสที่เราจะพัฒนาพื้นที่ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น

          และในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่คนไทยจะรักกันมากขึ้น ความแตกแยกจะลดน้อยลง

          ช่วงที่เกิดปัญหาขึ้นในขณะนี้ อยากให้ทุกคนร่วมกันสวดคาถาบารมี 30 ทัศเพื่อบูชาและขอพรจากพระแม่ธรณีและพระแม่คงคา ซึ่งจะช่วยพัดเอาความชั่วร้าย รวมถึงคนโกงบ้านโกงเมืองออกไปจากแผ่นดิน ที่สำคัญการสวดมนต์จะช่วยให้เราทุกคนมีสติ สู้กับปัญหาได้ต่อไป


2.ภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล (ประธานสถาบันศาสตร์แห่งชีวิตแห่งประเทศไทย)

          เคยวิเคราะห์ดวงครม.ทั้งคณะ ในช่วงที่เริ่มเข้ามาดำรงตำแหน่งว่า ครม.ชุดนี้มีบุคคลที่ดวงดีเพียง 12 คน ขณะที่มีบุคคลที่ดวงเข้าเคราะห์มากถึง 24 คน เมื่อคนที่มีดวงเข้าเคราะห์มากกว่าคนที่ดวงดี รัฐบาลชุดนี้จึงต้องประสบแต่ปัญหาหนัก ๆ ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

          ผมเคยดูดวงนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในช่วงวันเลือกตั้ง ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์มีดวงสมพงศ์กับวันเลือกตั้ง แต่เมื่อตั้งรัฐบาลขึ้นมา บุคคลที่เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ส่งผลให้ครม.ชุดนี้ประสบแต่ปัญหาให้ต้องฟันฝ่าเรื่อย ๆ

          สังเกตได้จากตั้งแต่ช่วงเดือนก.ย. ซึ่งเป็นเดือนชงกับนายกฯ เดือนต.ค.ก็เป็นเดือนชงกับม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ช่วงที่ผ่านมาจึงมีแต่ปัญหาแก้ไม่ตก ทั้งรัฐบาลและผู้ว่าฯกทม.ต่างตีกัน ไม่ลงรอยกัน อย่างเช่น การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในขณะนี้ ส่งผลให้บ้านเมืองเดือดร้อนเพราะต่างฝ่ายต่างไม่ร่วมมือกัน อีกทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ซึ่งปีนี้อายุ 45 ปี ถือเป็นช่วงอายุที่เข้าเคราะห์เช่นกัน ทำให้ในช่วงนี้ประสบแต่เรื่องหนัก ๆ ไม่ได้เสวยสุข แต่ก็จะผ่านพ้นเรื่องร้าย ๆ ไปได้

          โดยในช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค. เมื่อมรสุมผ่านพ้นไปแล้ว ท้องฟ้าแจ่มใส แต่ก็ทิ้งซากปรักหักพังเอาไว้ ซึ่งจะเป็นช่วงที่บ้านเมืองเข้าสู่การฟื้นฟู น้ำที่ไหลท่วมกรุงเทพฯ เปรียบเสมือนล้างสิ่งที่ไม่ดีไปด้วย ปล่อยให้ไหลไป ผู้ที่เดือดร้อนอย่าท้อแท้หรือหมดกำลังใจ ต้องช่วยกันประคบประหงมเพื่อให้บ้านเมืองกลับมาสู่ความสำเร็จ

          ช่วงต้นปี 2555  รัฐบาลชุดนี้โดยเฉพาะน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะต้องประสบปัญหาหนักกว่านี้ โดยช่วงตรุษจีนบุคคลที่มีดวงดีจะเพิ่มเป็น 14 คน แต่บุคคลที่ดวงเข้าเคราะห์ยังมีอยู่มากถึง 22 คน และในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. ซึ่งจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในครม.ชุดนี้ เพราะหากไม่มีการปรับเปลี่ยน ครม.จะเกิดความวุ่นวาย ขัดแย้งกันเอง มีความไม่ลงตัวเกิดขึ้นภายใน ครม. และจะประสบกับปัญหาหนักอย่างแน่นอน

          โดยเฉพาะนายกฯ จะถูกโจมตีอย่างหนัก เกิดการตัดสินใจผิดพลาด ส่งผลให้ภาพลักษณ์ไม่ดี ที่สำคัญดวงของนายกฯ ในปี 2555  จะเป็นมะแมธาตุไฟ ขณะที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย จะเป็นดวงปีฉลูธาตุดิน ต่างฝ่ายต่างดวงเข้าเคราะห์และจะเป็นปีชงกันเอง ก่อให้เกิดเรื่องที่ขัดแย้งกันเองด้วย

          ปี 2555  รัฐบาลจะต้องประสบกับภัยธรรมชาติ น้ำที่เคยท่วมในพื้นที่ใดมาก่อนแล้ว ก็จะกลับมาท่วมในพื้นที่เดิมอีก ดังนั้นต้องวางแผนรับมือเอาไว้ล่วงหน้าด้วย อย่างไรก็ตามจะยังไม่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงถึงขั้นปฏิวัติรัฐประหาร ผมเคยพูดหลายครั้งว่า หลักเมืองของไทยต่ำและก็เริ่มผุ หากสามารถปรับแก้ได้จะช่วยให้ประเทศไทยดีขึ้น


3.กรหริศ บัวสรวง (โหรชื่อดัง)

          ดวงเมืองหลังวันที่ 16 พ.ย.เป็นต้นไป ดาวเสาร์เล็งดวงเมือง เป็น "ดวงพินทุบาทว์" โดยดาวเสาร์เข้ามาอยู่ในราศีตุล ประกอบกับดาวศุกร์ซึ่งเป็นธาตุน้ำ และดาวพุธซึ่งเป็นดาวน้ำทะเลและโคจรไม่ห่างจากดาวศุกร์

          ดังนั้นจะส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ดาวเสาร์ซึ่งเป็นธาตุไฟ ต้องระวังเรื่องของปัญหาไฟฟ้านอกเหนือจากปัญหาไฟไหม้ป่าด้วย ช่วงนี้บ้านเมืองจึงอยู่ในช่วงอาการหนัก รัฐบาลแก้ปัญหาอย่างไรก็เอาไม่อยู่

          อย่างไรก็ตาม น้ำที่ไหลท่วมลงมาตั้งแต่ จ.นครสวรรค์ กระทั่งเริ่มเข้าท่วมพื้นที่กรุงเทพฯ นั้น ตามหลักของโหราศาสตร์ไม่นับปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นปัญหาอุทกภัย เพราะพื้นที่ที่ควรท่วม เช่น เขตมีนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ของพรรคเพื่อไทย กลับไม่ท่วม แต่พื้นที่ที่ไม่เคยท่วมเลย เช่น เขตทวีวัฒนา บางพลัด ซึ่งเป็นพื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์ กลับมีน้ำท่วมขัง แสดงว่าการบริหารจัดการ รวมทั้งการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลไม่ดีพอ เป็นเรื่องของเกมการเมือง

          เราจะประสบปัญหาน้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่องและยาวนานไปจนถึงต้นปี 55  เพราะดาวพุธจะโคจรไปทางทิศใต้ ดังนั้นพื้นที่ภาคใต้จะประสบปัญหาน้ำท่วม ขณะที่ภาคเหนืออาจได้รับผลกระทบจากพายุ และสภาพน้ำท่วมจะยังคงมีอยู่ต่อไป ภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศจะตกต่ำ เกิดปัญหาข้าวยากหมากแพง ข้าวสารหรือแม้แต่น้ำดื่มจะไม่เพียงพอ

         ที่สำคัญดาวเสาร์โคจรเล็งดวงเมืองเป็นช่วง ′เสาร์ระห่ำ′ เป็นมหาอุจ ชี้ว่ารัฐบาลจะอยู่บริหารงานได้ไม่เกิน 90 วันนับตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค.54 เป็นต้นไป เพราะนับจากช่วงนี้ดวงของ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะตกต่ำ ขณะที่ดาวของทหารที่หงิกงอมานานจะกลับมาผงาด โดยทหารจะไม่ได้ทำการปฏิวัติรัฐประหาร แต่อาจมีการเจรจากันเพื่อให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ เนื่องจากไม่มีความสามารถแก้ไขหรือประคองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้

          มีข้อสังเกตทางทฤษฎีว่า ช่วงที่นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกฯ ก็ตกม้าตาย ไม่สามารถอยู่ในตำแหน่งได้นาน ขณะที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกฯ ก็อยู่ได้ไม่นานเช่นเดียวกัน ดังนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ซึ่งมาจากตระกูลเดียวกัน จะอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 90 วันแน่นอน


          นอกจากนี้ ยังมีหมอดูท่านอื่น ๆ อาทิ อาจารย์หม่อม มณฑล สายทัศน์ คนเปิดกรรม, อาจารย์แบงค์ สเกทช์กรรม-ขยำกระดาษพยากรณ์ และ อาจารย์เนปจูน ธรรมพรปัญญา มาร่วมทำนายทายทัก "ดวงเมือง" จากเหตุการณ์น้ำท่วมประเทศไทยครั้งประวัติศาสตร์

          โดยอาจารย์เนปจูน เปิดเผยว่า จากการสำรวจเส้นทางของดวงดาว นอกจากภัยพิบัติที่เกิดจากน้ำในปีนี้ อันมีเหตุมาจากดาวเชอรอนโคจรใกล้กับดาวจันทร์ที่เปลี่ยนมุมองศา และดาวอังคารมาปะทะกับดาวเมอร์คิวรี ส่งผลให้เกิดอุทกภัยร้ายแรงและสภาวะความไม่แน่นอนในระบบข่าวสารของรัฐบาล แต่จะบรรเทาเบาบางลงในช่วงวันที่ 7-8 พ.ย.นี้ ยังมีเรื่องน่าหนักใจคือ หลังจากน้ำลดราวปลายเดือน ม.ค.2555 ประเทศไทยจะเจอวิกฤติโรคระบาดร้ายแรงที่มากับน้ำและอากาศ ซึ่งจะทำให้มีคนตายเยอะ

          ที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่าก็คือ ในปี 2555 ประเทศไทยจะเจอเหตุการณ์ที่ร้ายแรงยิ่งกว่าปี 2554 เพราะปรากฏการณ์หลาย ๆ อย่างจะเกิดขึ้นในช่วงครบรอบรอยต่อแบบพอดิบพอดี และยังมีดาวนิบิรุหรือดาวนิวคีโดสในภาษาฮีบรูโบราณ ซึ่งหมายถึงมหันตภัยจะโคจรมาใกล้โลก ส่งผลให้โลกหยุดหมุน ทุกอย่างกลับตาลปัตร  อย่างประเทศไทยก็อาจเกิดสึนามิขึ้นมาอีกรอบ หรือแม้แต่ภูเขาไฟที่ไม่เคยระเบิดก็อาจเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ เขื่อนรับน้ำใหญ่ ๆ อย่าง ภูมิพล, สิริกิติ์ หรือสิรินธร ก็อาจมีรอยรั่วหรือแตกได้ในช่วงปลายปีหน้าหรือต้นปี 2556


          ในมุมของ อาจารย์หม่อม มณฑล สายทัศน์ คนเปิดกรรม ระบุว่า ตนเคยทำนายไว้ตั้งแต่ปี 2552 ว่าประเทศไทยจะเจอปัญหาน้ำท่วม และก็เกิดขึ้นจริง ๆ และเหตุแห่งปัญหาทั้งหมดมาจาก "ดวงกรรมของประเทศ" เอง ที่ต้องการชะล้างความไม่ดีออกจากแผ่นดิน กล่าวได้ว่านับต่อจากนี้คนไม่ดี ไม่อยู่ในศีล จะอยู่ในประเทศไทยนี้ไม่ได้

          วิกฤติ ที่จะตามมาหลังจากนี้ และต่อเนื่องไปถึงปี 2555 ก็คือโรคติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่มีความร้ายแรงเท่ากับไข้หวัด 2009 โรงพยาบาลจะเต็มไปด้วยผู้ป่วย แต่ถ้าถามว่าปีหน้าโลกจะแตกไหม ตอบได้ว่าไม่ แต่ถ้าถามว่าผู้หญิงยังเป็นนายกฯ อยู่หรือไม่ อันนี้ตอบได้ว่าใช่ และเร็ว ๆ นี้จะมีพรรคการเมืองผู้หญิงเกิดขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม คำทำนายที่ได้นั้นยังบอกเพิ่มด้วยว่า คนดีจะกลายเป็นคนเลว และคนเลวจะกลายเป็นคนดี หมายถึง คนที่หน้าไหว้หลังหลอกจะเผยตัวตนออกให้ได้รู้กัน ส่วนคนเลวก็จะสำนึกผิดและกลับตัวเป็นคนดี


          และอีกหนึ่งเสียงที่ยืนยันว่าปี 2555 ประเทศไทยจะเกิดกลียุคขึ้นอีกครั้ง โดย คนินพัทธุ์ เอี่ยมตระบุตร หรือ อาจารย์แบงค์สเกทช์กรรมฯ บอกอย่างชัดเจนว่า ในปีหน้าจะมีเรื่องแผ่นดินไหว แผ่นดินเลื่อน ที่อาจเกิดจากประเทศเพื่อนบ้านแล้วส่งผลกระทบมาถึงประเทศไทย หรือบางทีอาจเกิดขึ้นจากใจกลางประเทศเอง และส่งผลทำให้ตึกออฟฟิศสูงใน กทม.ถล่ม

          นอกจากที่แจงไว้เบื้องต้นแล้ว ยังมีเรื่องไข้หวัดและโรคระบาดเข้ามาเสริมด้วย โดยโรคระบาดดังกล่าวจะระบาดเพิ่มไปถึงปลา ไม่แค่สัตว์เนื้ออย่างไก่ หมู วัว อย่างที่เคยเป็นมา ส่วนกรณีน้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้น จะบรรเทาลงช่วงสิ้นปีถึงปีใหม่ ปีหน้าไม่มีเหตุน้ำท่วม แต่จะท่วมใหญ่อีกทีในปี 2557 ซึ่งวิกฤติกว่าปี 2554 แน่นอน

          หนทางรับมือหากเกิดเภทภัย การเตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้พร้อมถือเป็นเรื่องดีที่สุด ซึ่งโหรทั้ง 3 ท่านต่างระบุเป็นเสียงเดียวกันว่า ขอให้มีสติเป็นหลัก และมีความเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น ทั้งอาหารการกินที่ถูกสุขลักษณะ ที่หลับที่นอน อุปกรณ์ป้องกันภัย ฯลฯ สุดท้ายขอให้หมั่นทำดีดำรงตนอยู่ในศีลธรรม แค่นี้ก็เพียงพอ

          ส่วนการแก้กรรมในทุกรูปแบบอย่าได้ทำ เพราะไม่มีจริง ...ใครทำอะไรไว้ย่อมได้รับผลเช่นนั้น!!!




ที่มา : www.kapook.com