วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ฉันเก็บของมีค่าได้...จากกระแสน้ำไหล!

ฉันเก็บของมีค่าได้จากกระแสน้ำไหล

ถ้าเป็นของใครกรุณามาแสดงหลักฐาน





เธอที่รักทุกคน ขณะนี้น้ำท่วมเต็มตลิ่งมานานมากแล้วต่างก็เดือดร้อนหนัก เพราะคิดว่าตัวเองก็คงอยู่ต่อไปได้ยาก แล้วในที่สุดก็คงต้องจมน้ำตาย หรือไม่ก็ประสบกับความเสียหายอย่างหนัก ทั้งนี้เพราะกระแสน้ำมันไหลแรงยิ่งขึ้นทุกที จนกระทั่งทำให้อาคารบ้านเรือนซึ่งเป็นของท้องถิ่นจะต้องพังทลายเสียหายไปในที่สุด

เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้หลายคนจำต้องนั่งกอดเข่าด้วยความรู้สึกเป็นทุกข์เพิ่มมากยิ่งขึ้น

ความจริงแล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่มันเปลี่ยนแปลงอยู่บนโลกใบนี้ ต่างก็ให้โอกาสแก่มนุษย์ ในการนำไปสู่วิถีทางที่สร้างสรรค์ แต่คนเรานั้นมักมีแนวโน้มมองปัญหาต่างๆ ด้วยความทุกข์ร้อน โดยไม่สามารถใช้ปัญญาตนเองให้บังเกิดเงื่อนไขที่มีความสุขได้เองอย่างเป็นธรรมชาติ

บางคนถึงกับคิดในด้านดีว่า ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ ถ้าเรามีแต่การมอบให้ซึ่งกันและกัน ย่อมช่วยให้ทุกคนมองเห็นความดีของสิ่งเหล่านั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แม้แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ที่มันเกิดขึ้นและมีผลทำให้สังคมไทยจำต้องพบกับความเสียหายอย่างหนัก

เหตุไฉนตัวเธอเองมองสิ่งต่างๆ ในด้านดีไม่เป็น แม้แต่เรื่องดวงตราของกรมไปรษณีย์ รวมทั้งดวงตราที่ติดอยู่หน้าศาลยุติธรรมเป็นรูปตาชั่ง ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่บ่งบอกถึงความยุติธรรมในสังคมไทยเช่นนี้เป็นต้น

“เมื่อไม่รู้สิ่งนี้ก็ย่อมปฏิเสธที่จะรู้สิ่งนั้น” ดังนั้น ถ้าไม่รู้สึกเจ็บปวดเพราะกระแสน้ำท่วมว่ามันเป็นผลดีแก่การคิดแก้ไขปัญหาที่ปรากฏออกมาในสังคมปัจจุบัน ดังนั้น ถ้ามองเห็นปัญหาอื่นใดก็ตามที่มันคัดค้านกันเองแบบนี้ จึงเท่ากับว่าให้คนที่รู้เท่าทันหันไปคิดอีกด้านหนึ่ง

ดังนั้น ถ้าด้านหนึ่งเสียหายหนัก อีกด้านหนึ่งก็ย่อมดีขึ้น แม้แต่เหตุการณ์น้ำท่วมที่มันทำให้คนไทยจำต้องเผชิญกับความทุกข์ ในที่สุดคนที่เผชิญกับสภาพดังกล่าวก็จำต้องหวนกลับมาแลเห็นว่า ในที่สุดทุกคนก็ต้องพบกับความสุขได้จากการนำปฏิบัติโดยไม่รู้สึกว่ามันยากหรือเปล่า

ฉันอยากจะสรุปให้เธอฟังในเรื่องดังกล่าว เช่นว่า

ถ้าเธอพบว่าด้านหนึ่งเบากว่าอีกด้านหนึ่ง เธอย่อมนำมาใช้แก้ไขปัญหาในสังคมได้ไม่ยาก

ถ้าน้ำมันมาแรงก็ย่อมช่วยให้สภาพภายในสังคมมันดียิ่งขึ้น

เหมือนอย่างกับที่พูดฝากไว้ว่า “การจะรู้เธอค่าของสีขาว ตัวเองจะต้องสนใจเรียนรู้จากสีดำไปก่อน”

เพราะฉะนั้นถ้าเธออยากเรียนรู้สีขาว เราก็ต้องกล้าเผชิญกับสีดำ ถ้าต้องการความสบายเราก็ต้องเรียนรู้จากความยากลำบาก

ฉันเชื่อว่า ยังมีเรื่องราวอีกมากมายหลายอย่าง ที่สะท้อนผลให้เธอนำไปคิดค้นคว้าหาความจริงได้จากปัญหาน้ำท่วม

เวลานี้คนหนีความยากลำบากไปเข้าวัด คนเหล่านี้น่าสงสารเป็นอย่างยิ่ง เพราะเขาไม่เคยรู้เธอค่าของความยากลำบากมาแต่อดีต

การที่ฉันนำเรื่องนี้หยิบยกมาพูด ก็เพราะตัวเองได้ผ่านความยากลำบากมาจนกระทั่งรู้สึกว่า มันน่าสนใจที่เราจะก้าวเข้าไปหามันทุกเรื่อง

หลักธรรมท่านก็ได้ชี้ไว้แล้วว่า “วิถีการเปลี่ยนแปลงของทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรากฏอยู่บนโลกใบนี้นั้น มีการหมุนวนเป็นวัฏจักร เพราะฉะนั้นถ้าต้องการพบความสุขที่แท้จริง เหตุไฉนจึงกลัวความทุกข์ถึงขนาดหนีไปเข้าวัด”

ฟังแล้วทำให้ฉันรู้สึกสงสารเป็นอย่างยิ่ง หันมามองดูด้านหลังซิเธอ ว่า “คนที่เขาเคารพเราจากใจจริงนั้นเขากำลังยกมือไหว้อยู่ด้านหลังโดยไม่จำเป็นต้องให้เธอเห็น”

แม้แต่เพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ชื่อความฝันอันสูงสุดก็ยังมีเนื้อร้องตอนหนึ่งว่า “ให้ปิดทองหลังพระ”

เมื่อพูดถึงหลักธรรม แท้จริงแล้วมันอยู่ใกล้ๆ จิตใจเธอเองนั่นแหละ ถ้ารู้จักหวนกลับมาค้นหาด้านหลังให้ได้ เธอก็คงจะพบความสวยงามน่าประทับใจรออยู่ด้านหน้า

ถ้าฉันจะขออนุญาตพูดว่า หากต้องการแก้ปัญหาชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ ก็ต้องหันไปคิดแก่ไขในชนบท

ถ้าเธอเห็นว่าบ้านนี้เมืองนี้มันมีสีดำ เธอก็ควรหวนกลับมาทำให้จิตใจเธอเองเป็นสีขาวให้ได้

ถ้าเธอต้องการแก้ไขปัญหาความร้อน เธอก็ควรสร้างสมความเย็นขึ้นในใจเธอเอง และนี่เธอกำลังแก้ปัญหาน้ำท่วม หากเธอไม่หวนกลับมาคิดแก้ไขกระแสน้ำที่มันอยู่ในใจเธอเองให้ปรับเปลี่ยนมาเป็นน้ำเย็นเพื่อมอบให้เพื่อนมนุษย์ น้ำที่อยู่ภายนอกมันก็คงจะเย็นได้ยาก

ไหนว่าบ้านนี้เมืองนี้มีแต่คนยิ้มแย้ม แต่ถ้าใจเธอมันยิ้มไม่ออกแล้วใครเขาจะมาคบเธอเป็นมิตร

คนทุกวันนี้ส่วนใหญ่มีใจร้อนรน เพราะความไม่รู้จักพอเพียง หลังจากได้เท่านี้ก็จะเอาเท่านั้น หลังจากได้เท่านั้นก็จะเอาเท่าโน้นต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้จักหยุดคิด เพื่อให้จิตใจมันสงบเย็นได้แล้ว เธอจะไปมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ยังไงกัน ทั้งนี้เพราะความอดทนที่อยู่ในใจเธอเองมันก็ไม่มี กระทั่งพบน้ำท่วมแล้วเกิดความทุกข์หนักก็วิ่งหนีความทุกข์เข้าไปอาศัยวัดเป็นเครื่องดับทุกข์โดยไม่คิดด้วยสติว่า การดับทุกข์นั้นอยู่ที่ไหนก็ดับได้ ยิ่งพบน้ำท่วมหนักก็ควรรู้สึกท้าทายที่ลุกขึ้นมายืนดับทุกข์ตรงนั้นให้ได้

นี่แหละที่เขาว่า “มนุษย์ควรเรียนรู้จากของจริง”
มาลีสีเริ่มเปลี่ยนเป็นเหลือง  
เหลือบสีทองรองเรือง
อันเนื่องมาจากดวงตะวัน  
หมู่วิหกต่างร้องระงม  
ระดมจับฝูงสูงลิบ
โผผินบินกลับไปสู่รัง
ผ่านไปสู่ยังฝรั่งคงคาวารี


ระพี สาคริก

19 พฤศจิกายน 2554


ขอบคุณ : http://rapee.org