วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

แก๊งลักเด็กอาละวาด ฉก ด.ญ.วัย 2 วันจาก รพ.ขอนแก่น

13 กพ. 2554 18:08 น.


ที่เกิดเหตุพบพ.ญ.ฐิติพร สิริวชิรชัย หัวหน้ากลุ่มงานสูติ นรีเวชกรรม รพ.ขอนแก่น พร้อมด้วย นางสายัณห์ นาควิเชียร พยาบาลวิชาชีพ รพ.ขอนแก่น ได้พาตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณเตียงผู้ป่วยที่ 24 ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเคาท์เตอร์ของเจ้าหน้าที่มากนัก พบผู้เสียหายคือ น.ส.กัลย์สุดา สำแดง อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76 ม. 7 ต.เมืองเก่า อ.เมือง ขอนแก่น ในอาการตื่นตระหนกและร้องไห้ตลอดเวลา โดยมีนายสมบูรณ์ สำแดง อายุ 72 ปี พ่อผู้เสียหายคอยปลอบใจอยู่ใกล้ๆ
ต่อมา พญ.ฐิติพร ได้แถลงข่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า น.ส.กัลย์สุดา เป็นชาวขอนแก่นเดินทางเข้าไปทำงานที่กรุงเทพ ตั้งใจกลับมาคลอดบุตรที่บ้านเกิด เข้ามาโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 10 กพ. 54 เวลา 23.15 นาฬิกา คลอดวันที่ 11 กพ. 54 เวลา 06.04 นาฬิกา เป็นเด็กเพศหญิง น้ำหนักประมาณ 2,870 กรัม สุขภาพแข็งแรง โดยพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 2 วัน
ทั้งนี้เช้าวันที่ 13 ก.พ เวลาประมาณ 08.00 น.แพทย์ได้เข้าตรวจสุขภาพแม่และเด็กทารก ซึ่งขณะนั้นคุณแม่เข้าห้องน้ำ โดยไม่ได้แจ้งบอกกับพยาบาลไว้ ส่วนเด็กยังนอนหลับอยู่ แพทย์จึงไปตรวจคุณแม่รายอื่น จนเวลาประมาณ 08.10 น. น.ส.กัลย์สุดาแจ้งว่าลูกสาวที่นอนอยู่หายตัวไป เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจึงได้ประสานไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อสกัดคนร้าย พร้อมตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด ซึ่งอาคารราชนครินทร์มีกล้องวงจรปิดทั้งหมด 6 จุด สามารถจับภาพคนร้ายได้ 2 จุด
พญ.ฐิติพร กล่าวว่า กล้องสามารถจับภาพเห็นคนร้ายอย่างชัดเจนเวลา 07.42 น. เป็นหญิงวัยกลางคน อายุประมาณ 35-40 ปี รูปร่างอ้วน ผิวคล้ำ รวบผม สูงประมาณ 160 ซม.สวมเสื้อสีขาวดำ สวมเสื้อนอกสีขาวทับ กางเกงขาสั้นถึงเข่า เดินเข้ามา จากนั้นได้อุ้มเด็กออกไปทางประตูด้านหลัง ลงบันได แล้วไปขึ้นรถนิสสัน บิ๊กเอ็ม รุ่นเก่า ตอนเดียว สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียนไม่ชัดเจน โดยพบว่ามีชายอายุประมาณ 40-45 ปี เป็นคนขับนั่งรออยู่ในรถ ขับออกไปจากโรงพยาบาลทางออกประตู 4 ด้านหลังโรงพยาบาล เวลา 08.10 น. ซึ่งมีพยาบาลและรปภ.ของโรงพยาบาลบอกว่าเห็นชายหญิงลักษณะดังกล่าวขับขี่รถออกไป แต่ไม่ได้เอะใจ นึกว่าเป็นญาติมาเยี่ยมผู้ป่วยในโรงพยาบาล
พญ.ฐิติพร กล่าวว่า จากการสอบถาม น.ส.กัลย์สุดา ทราบว่าหญิงคนดังกล่าวได้มาวนเวียนอยู่ที่ตึกสูติกรรม โดยเฉพาะห้องสูติกรรม 1โดยมาก่อนหน้าเกิดเหตุ 1 วัน มาดูเด็กทารกคนโน้นบ้างคนนี้บ้าง และ น.ส.กัลย์สุดาได้สอบถามหญิงคนร้ายว่ามาเยี่ยมญาติเตียงไหน คนร้ายก็บอกว่ามาเยี่ยมที่เตียงอีกล็อกหนึ่งที่อยู่ฝั่งตรงข้าม โดยใช้สำเนียงพูดเป็นภาษากลางแต่สำเนียงออกมาทางอีสาน การก่อเหตุครั้งนี้รวดเร็วมากใช้เวลาเพียงแค่ 10 กว่านาทีเท่านั้น
น.ส.กัลย์สุดา ให้การว่า ทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานคร จนเมื่อครบกำหนดจึงตัดสินใจกลับมาคลอดที่บ้านเกิด โดยลูกสาวเป็นบุตรคนที่ 2 ตั้งใจให้ชื่อเล่นว่า "สตางค์ " เพื่อให้สอดคล้องกับลูกชายคนโตอายุ 3 ปีที่ชื่อ "สตั๊น" ก่อนเกิดเหตุช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ได้แจ้งหมดเวลาเยี่ยมคนไข้ ให้ญาติออกจากห้องทั้งหมด จึงมีคนเดินกันขวักไขว่ ญาติของ น.ส.กัลย์สุดาก็ได้เดินออกไปด้วย ระหว่างนั้นรู้สึกปวดท้องจึงวางบุตรสาวที่เพิ่งคลอดได้ 2 วันไว้บนเตียง โดยมองเห็นว่ามีญาติของเตียงอื่นอยู่จึงวางใจ จากนั้นได้เดินเข้าห้องน้ำไป เมื่อกลับออกมาไม่เห็นบุตรสาวบนเตียง สอบถามก็ไม่มีใครทราบจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยกันตามหา และจากการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดเห็นภาพคนร้ายชัดเจนขณะอุ้มทารกออกไปจากโรงพยาบาล
" เห็นภาพแล้วรู้สึกตกใจมาก เพราะเป็นคนที่นั่งอยู่เตียงข้างกัน แล้วเรานึกว่าเป็นญาติ มารู้ทีหลังว่าไม่ใช่ ที่ผ่านมาเห็นผู้หญิงคนนี้เดินเข้าออกเตียงนั้นเตียงนี้มาสองวันแล้ว ชวนพูดคุยตีสนิท อ้างว่ามาเยี่ยมหลานคลอด เคยมาขออุ้มลูกหนูด้วยบอกว่าน่ารักดี ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเขาจะเป็นคนร้าย " น.ส.กัลย์สุดากล่าวทั้งน้ำตา
ด้านนายสมบูรณ์ สำแดง อายุ 72 ปี พ่อของผู้เสียหาย เล่าว่า ทำงานอยู่ที่ จ.ร้อยเอ็ด เมื่อคืนก่อนลูกโทรศัพท์มาบอกว่าหลานสาวคลอดแล้ว จึงเดินทางกลับบ้านที่ขอนแก่น เพื่อมารอรับขวัญหลานที่เพิ่งเกิด โดยในวันนี้ได้ไปซื้อหาจัดเตรียมข้าวปลาอาหาร ไว้เตรียมเลี้ยงฉลอง และคอยรับขวัญหลานที่กำลังจะกลับบ้าน แต่ก็กลับมาเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นเสียก่อน รู้สึกตกใจและเสียใจมาก กลัวหลานจะเป็นอันตราย
สำหรับแนวทางการสืบสวนตำรวจเชื่อว่าน่าจะทำเป็นขบวนการ เพราะมีการวางแผนอย่างดีด้วยการเข้ามาตีสนิท เดินแฝงตัวในโรงพยาบาลหลายวันเพื่อดูลาดเลา เบื้องต้นตำรวจได้ประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน อสม.ให้ช่วยสืบสวนหาตัวคนร้ายรายนี้ และให้ช่วยกระจายข่าวไปในกลุ่มชาวบ้านรวมทั้งร้านค้าต่างๆ หากพบคนมาซื้อของใช้เด็กอ่อน หรือพาเด็กไปฉีดยาต่างๆ ให้รีบแจ้งเบาะแส โดยเชื่อว่าขณะนี้คนร้ายยังกบดานอยู่ในจังหวัดขอนแก่น ไม่น่าจะหลบหนีไปได้ไกล คาดว่าอีกวันสองวันก็น่าจะออกหมายจับได้

ขอบคุณ : หนังสือพิมพ์เนชั่น.